วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

พิธีเททองสร้างพระพุทธรูป ปางปาลิไลยก์ ที่ลานพิธีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดช่องลม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี


พิธีเททองสร้างพระพุทธรูป  ปางปาลิไลยก์ ที่ลานพิธีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดช่องลม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

 วันที่ 25 ก.ค.63 เวลา 09.30 น. ที่วัดช่องลม ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 และสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร  วิทยารามวรวิหาร เมตตาเสด็จมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีเททองสร้างพระพุทธรูป  ปางปาลิไลยก์ ที่ลานพิธีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดช่องลม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด  ดร.ชัยรัตน์ จำนงการค์ ประธานกต.ตร.จว.นนทบุรี (ภาคประชาชน) คณะกต.ตร.จว.นนทบุรี ที่ปรึกษาฯกต.ตร.จว.นนทบุรี และประชาชน ร่วมเป็นเกียรติมนพิธีดังกล่าว
   การสร้างพระพุทธรูป ปางปาลิไลยก์ ประดิษฐานหน้า สภ.ปากเกร็ด ถ.ศรีสมาน  อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ให้ร่วมกันสามัคคี ไม่ให้แตกแยกกัน สร้างจิตใจที่มีเมตตากรุณาต่อผู้อื่น และให้ประชาชนได้ร่วมกันสะสมบุญกุศล เสริมบารมีให้กับตนเองและครอบครัวให้ผ่านพ้นจากภยันตรายทั้งหลาย และเพื่อความเจริญแห่งจิตของผู้นั้น

















วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด เฝ้าระวังความปลอดภัยในการทำงาน ของแรงงานต่างด้าว และรักษาสิทธิประโยชน์ในช่วงวิกฤติโควิด 19


       สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด เฝ้าระวังความปลอดภัยในการทำงาน ของแรงงานต่างด้าว และรักษาสิทธิประโยชน์ในช่วงวิกฤติโควิด 19
               ที่  สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด นายสว่าง วีรกิจบริการ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีวิสัยทัศน์ ที่จะให้แรงงานทั้งในประเทศ และแรงงานต่างด้าวมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงและยั่งยืน  ยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการทำงาน สร้างเสริมภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วนในการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการทำงานที่มีคุณค่า พัฒนาการบริหารจัดการด้านคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการแรงงา พัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีสมรรถนะสูงและมีธรรมาภิบาล โดยมีเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายและมีสวัสดิการที่เหมาะสม มีสุขภาพอนามัยที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดี



              นายสว่าง วีรกิจบริการ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวอีกว่า นอกจากนี้แนวทางการดำเนินการในช่วงเวลาวิกฤติโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 นั้น  สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด ได้สร้างการรับรู้ให้กับนายจ้าง ลูกจ้างสถานประกอบกิจการ แรงงานต่างด้าว และองค์กรภาคีต่าง ๆ กำกับ ดูแล ให้แรงงานได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย ร่วมป้องกันด้านความปลอดภัย และการเฝ้าระวังความปลอดภัยในการทำงาน ตั้งแต่การจัดหาหน้ากากอนามัย / หน้ากากผ้า การล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจล การจัด Social Distancing ในการทำงานให้ทั้งแรงงานในประเทศ และแรงงานต่างด้าว และในกรณีที่นายจ้าง หรือ สถานประกอบการต้องหยุดงานด้วยความจำเป็นชั่วคราวจากสภาวะเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น นายจ้างสามารถให้หยุดงานชั่วคราวได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 75 โดยจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ร้อยละ 75 ของค่าจ้างทุกคน แต่การประกาศให้หยุดงานจะต้องมีระยะเวลาที่แน่นอน ซึ่งสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะช่วยคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างเหล่านี้  ทุกคน
.....สัมภาษณ์  นายสว่าง วีรกิจบริการ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด……
///////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด



วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

มอบหน้ากากอนามัย เจลเอลกอฮอล์ และface shield ให้ข้าราชการตำรวจ ศปก.ภ.จว.สระบุรี ไว้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่


มอบหน้ากากอนามัย  เจลเอลกอฮอล์ และface shield ให้ข้าราชการตำรวจ ศปก..จว.สระบุรี ไว้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 17 ..63 พล...ศตวรรษ  หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศปก.ตรตรวจเยี่ยม ศปก..จว.สระบุรี และให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ

    โดยมี พล...ชัยน์วัฒน์ อรัญวัฒน์ ผบก..จว.สระบุรี พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด ให้การต้อนรับ จึงได้มอบนโยบาย ให้คำแนะนำ และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติ พร้อมทั้งได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติของศปก..จว.สระบุรี

    ในการนี้ได้มอบ หน้ากากอนามัย  เจลเอลกอฮอล์ และface shield ให้ข้าราชการตำรวจไว้ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่




สภากรุงเทพมหานคร สรุปการประชุม ทิศทางกรุงเทพฯ&ประเทศไทย


สภากรุงเทพมหานคร สรุปการประชุม ทิศทางกรุงเทพฯ&ประเทศไทย
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 พล.ต.ต. ประสพโชค พร้อมมูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการประชุม ทิศทางกรุงเทพฯ&ประเทศไทย
ณ.ห้องประชุมกรรมาธิการ 8 สภากรุงเทพมหานคร
โดยมี 3 วาระการประชุมดังนี้
1. Bangkok Smart City
2. โครงการปันสุข & Smart City ที่ The Icon Siam
3. ฟุตบอลกระชับมิตร สโมสร อโยธยายูไนเต็ดอะคาเดมี ปะทะ กรุงเทพ
โดยมีรายนามผู้เข้าร่วมประชุมดังต่อไปนี้
1. พล.ต.ต. ประสพโชค พร้อมมูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประธานในการประชุม
2.ชณทัต ปัทมะภูวดล ประธานสโมสรฟุตบอล อโยธยา ยูไนเต็ด อะคาเดมี
3. รศ. ดร. หลินฟ้า คูร์พิพัฒน์  สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
4. โอตป สมิตะพินทุ ที่ปรึกษา สโมสรฟุตบอล อโยธยา ยูไนเต็ด อะคาเดมี
5. ศุภชัย สังข์ทอง กรรมการ สโมสรฟุตบอล อโยธยา ยูไนเต็ด อะคาเดมี
6. ธนสิษฐ์ ศิริสวัสดิ์ กรรมการ สโมสรฟุตบอล อโยธยา ยูไนเต็ด อะคาเดมี
7. พระเมธาวินทร์ ชยธัมโม ประธานโฮงฮอมผย๋า โฮงยาหมอเมืองล้านนา
8. ฐากูร คงมิ่ง ผู้สื่อข่าว
9. ภูเบศ ภักดีบดินทร์ อนุกรรมการสภากรุงเทพมหานคร
คณะตัวแทนจากสถาบันยุทธศาสตร์ทางปัญญาแลละการวิจัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
10. ประหนึ่งมณี วัฒนกุล
11. รวิภัทร สาสิงห์
12. วิวัฒน์ กุหลาบซอน
13. สายฝน สอนมาลา
14. นัฐพร ศิริวิไลกุล
15. ภาชินี ศรีคำแหง
16. สุวิไล โล่สถิตย์ชณฑล
17. วัฒนพนธ์ สุวรรณ์เนาว์
18. วิริยะ
และผู้ทำหน้าที่จดบันทึกการประชุม
19. วรเวช ปริวัตร




วาระที่หนึ่ง Bangkok Smart City
ทางคณะจาก มศว. นำเสนอแผนโครงการ Bangkok Smart City
พล.ต.ต.ประสพโชคมีดำริแนวคิดเรื่องการแบ่งโซนการจัดระบบการท่องเที่ยวของกรุงเทพออกเป็น 6 โซนใหญ่ๆ แต่ละโซนมีความโดดเด่นแตกต่างกัน อันได้แก่ โซนกรุงเทพเหนือ กรุงเทพตะวันออก กรุงเทพใต้ กรุงเทพตะวันตก ธนบุรีเหนือ ธนบุรีใต้ โดยแต่ละโซนมี 1 เขตเป็นแกนกลาง
จัดทำโครงการ “Miss ปันสุข” สอดคล้องกับโครงการ Miss Tourism World ที่จะให้มีทูตวัฒนธรรมประจำแต่ละเขตของกรุงเทพ ไม่เน้นความสวยของตัวนางงาม แต่เน้นที่ความสามารถในการสื่อสารอธิบายถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆภายในเขตของตัวเอง มีการจัดทำ Shopping Guide Book ของแต่ละเขต รวบรวมแหล่งชอปปิ้งของแต่ละเขตไว้ในหนังสือเล่มเดียว
เตรียมขยายเครือข่าย Smart Cities ออกไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก ระยอง ระนอง ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต เชื่อมโยงเส้นทาง One Belt One Road ของประเทศจีน

ส่วนวาระที่สองนั้น เป็นโครงการ “ปันสุข & Smart City ทิศทางกรุงเทพ ทิศทางประเทศไทย”
พล.ต.ต. ประสพโชค ยังกล่าวต่ออีกว่า งานนี้เป็นงานแสดงและออกร้านขายสินค้าผ้าชนิดต่างๆจากทางภาคเหนือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ
งานจะจัดระหว่างวันที่ 3-12 สิงหาคมนี้ ที่ห้าง ดิ ไอค่อน สยาม โดยมี ดร. หลินฟ้า ติดต่อประสานงานด้านการเช่าสถานที่ และมี วรเวช ปริวัตร กับ พระเมธาวินทร์ ติดต่อรับสมัครผู้เข้าร่วมออกร้านภายในงาน และอาจารย์หม่อนดูแลเรื่อง Project Plan และสภา กทม. ทำหนังสือเชิญหน่วยงานต่างๆมาร่วมงานนี้ โดยมีรายนามดังต่อไปนี้
1. สภากรุงเทพมหานคร เป็นแม่งานใหญ่ ร่วมกับ
2. สำนักวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตคลองสาน ประธานกลุ่มเขต 6 ท่าน
3. กระทรวงมหาดไทย กรมพัฒนาชุมชน
4. กระทรวงวัฒนธรรม
5. สำนักงานปลัดจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย
ภาคเอกชนที่จะเชิญมาร่วมงาน มีดังต่อไปนี้
6. สมาคมการแพทย์แผนไทย และสมาคมนวดแผนไทย
7. เชิญเป็นการส่วนตัว คุณเอ๊ดเวิร์ด คุณแนน คุณวิทย์ มหาชน
โดยทางห้าง ดิ ไอค่อน สยาม ขอนัดประชุมการจัดงานที่ห้าง ดิ ไอค่อน สยาม ช่วงเวลาบ่ายสอง ของวันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคมนี้
และใน วาระที่สาม จะมีการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร กรุงเก่า ปะทะ กรุงเทพ
ตอนแรก จะจัดการแข่งขันวันที่28 กรกฎาคม ต้องเลื่อนมาเป็นในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ เวลาประมาณ 16.00 น. ณ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพมหานคร เนื่องจากแขกผู้มีเกียรติที่เชิญมานั้นติดภาระจึงเปลี่ยนวันเวลาดังกล่าวนี้ โดยการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุ 16 ปีในครั้งแข่งครั้งนี้ เป็นการจับคู่แข่งขันกระชับมิตรกันระหว่างทีมอโยธยา อะคาเดมี จากอำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทีมฟุตบอลเยาวชนอายุ 16 ปีของกรุงเทพมหานคร



            นายชณทัต ปัทมะภูวดล ประธานสโมสรฟุตบอลอโยธยา ยูไนเต็ด อะคาเดมี่ มีแนวคิดจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการสำหรับการจัดงานแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรในครั้งนี้ หนึ่ง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องวโรกาสอันเป็นมงคล ซึ่งอยู่ในเดือนวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคมของทุกปี ด้วยพระองค์มีอีกพระสมญานามว่า “เจ้าฟ้าดาราลูกหนัง” สอง เพื่อเป็นการสร้างมิตรภาพกระชับมิตรกันระหว่างเยาวชนนักฟุตบอลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเยาวชนนักฟุตบอลกรุงเทพมหานคร
             จากการประชุมเตรียมงานในวันนี้ ได้แผนงานคร่าวๆของการจัดงานมาดังนี้ ทางคณะทำงาน จะร้องขอการสนับสนุนรถบัสจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 คัน รับทีมฟุตบอลเยาวชน อโยธยายูไนเต็ด อะคาเดมี่ จากอำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เวลาออกเดินทาง 07.00 น. มาส่งยังสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพมหานคร เพื่อพบกับทีมฟุตบอลเยาวชนอายุ 16 ปีของกรุงเทพมหานคร โดยทางสำนักกีฬาของกรุงเทพมหานครจะจัดเตรียมรถบัสให้ประมาณ 4 คน เพื่อให้คณะทำงาน ทีมฟุตบอลเยาวชนอโยธยา ยูไนเต็ด อะเคเดมี่ และทีมฟุตบอลเยาวชนอายุ 16 ปี ร่วมนั่งรถบัสไปด้วยกัน เพื่อท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งยังให้เยาวชนของทั้งสองทีม มีเวลาร่วมกันในการพูดคุยสังสรรค์ สร้างมิตรภาพ และเปลี่ยนประสบการณ์ของกันและกัน มื้อกลางวัน ทางสำนักกีฬาจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสร็จสิ้นการเดินทางท่องเที่ยว ทีมฟุตบอลเยาวชนของทั้งสองทีม เดินทางกลับมายังสนามฟุตบอลไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อเตรียมลงสนามแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร “กรุงเก่า ปะทะ กรุงเทพ” ในเวลาประมาณ 16.00 น. การแข่งขันดำเนินไปตามมาตรฐานสากล และยึดถือตามมาตรฐานความปลอดภัยของการป้องกันไวรัสโควิด-19 ด้วยเช่นเดียวกัน เสร็จสิ้นการแข่งขัน มอบถ้วยรางวัลให้แก่ทั้งทีมผู้ชนะ และทีมผู้แพ้ รวมทั้งเหรียญรางวัล และใบเกียรติบัตรเป็นที่ระลึกแก่เยาวชนผู้มาร่วมงานของทั้งสองทีม
          การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรในครั้งนี้ ยังอาจะเป็นโอกาสให้ทีมฟุตบอลเยาวชนอโยธยา ยูไนเต็ด อะคาเดมี่ ที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดด้านความร่วมมือกับทีมฟุตบอลชั้นนำอย่างทีมสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด และทีมสโมสรเชียงใหม่เอฟซีแล้ว ยังอาจะเป็นโอกาสให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ได้เห็นฝีมือของเยาวชนนักฟุตบอลชาวพระนครศรีอยุธยา ที่อาจได้รับการสนับสนุนให้มาอยู่ทีมสโมสรฟุตบอลในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆต่อไป ทั้งนี้ ในการแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้ เป็นที่สนใจของมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งเมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เพิ่งร่วมประชุมแสวงหาความร่วมมือกับสภากรุงเทพมหานครในการให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนไทยในด้านกีฬาด้วยเช่นเดียวกัน



จังหวัดร้อยเอ็ด ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.และหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ครั้งที่10 ที่ ตำบลยางใหญ่ อำเภอจังหาร


          จังหวัดร้อยเอ็ด ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.และหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ครั้งที่10 ที่  ตำบลยางใหญ่ อำเภอจังหาร
               เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 ก.ค. 2563  ณ โรงเรียนบ้านหัวนางามวิทยา ตำบลยางใหญ่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ครั้งที่ 10 ปี 2563 และออกหน่วยจังหวัดเคลื่อนที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชน โดยมี คณะแพทย์บุคลากรทางการแพทย์ ส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธาณสุขประจำหมู่บ้าน มีประชาชนมารับบริการเป็นจำนวนมาก


           นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดได้รับ พระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระอนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ให้เป็นจังหวัด พอ.สว. เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมพุทธศักราช 2554 ในลำดับที่ 53 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือให้การรักษาพยาบาล ป้องกันโรค ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพอนามัยของประชาชน รักษาโรคฟัน โรคตา และแพทย์ทางเลือก ในท้องถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลคมนาคมโดย ได้รับความร่วมมือ จากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านทรงมีต่อปวงชนชาวไทย



           ในเวลา 09.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดการออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และสร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ครั้งที่ 10 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โรงเรียนบ้านหัวนางามวิทยา ตำบลยางใหญ่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายเจนเจตน์ เจนนาวิน ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด ว่าที่ร้อยตรี อาณพ ศรีบุญลือ นายอำเภอจังหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และระดับอำเภอ หน่วยทหารในพื้นที่  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และนักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมรับบริการเป็นจำนวนมาก



            กิจกรรมประกอบด้วย การมอบรถจักรยานให้แก่นักเรียน  มอบถุงยังชีพถุง มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม และทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจน พร้อมรับทราบและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าถึงบริการภาครัฐเชิงรุก  มอบเวชภัณฑ์สัตว์ และพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกรที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
//////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด



วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

ผบ.มทบ 27 ตรวจเยี่ยมครอบครัวทหารพันธุ์ดี หลังปลดประจำการ มอบเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานฯ ให้แก่ราษฎร เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงด้านอาหาร


ผบ.มทบ  27 ตรวจเยี่ยมครอบครัวทหารพันธุ์ดี หลังปลดประจำการ  มอบเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานฯ ให้แก่ราษฎร เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงด้านอาหาร
             เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 พลตรี ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 นำคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมครอบครัว  พลทหาร พงษ์สิทธิ์   โพธิ์สาราช อดีตทหารพันธุ์ดี สังกัดมณฑลทหารบกที่ 27 พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และติดตามการดำเนินโครงการทหารพันธุ์ดี หลังปลดประจำการ ณ บริเวณแปลงนา เลขที่ 131 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองผือ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด






            ในโอกาสนี้ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 ได้เป็นประธานประกอบพิธีรับมอบเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน ต่อหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาๆสยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการจัดตั้ง " ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ " เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ110 ปี ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืช ให้เกษตรกรได้มีพืชที่มีสายพันธุ์ดี ได้ผลผลิตดี ตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกร ด้านพันธุ์พืช ทนทานต่อโรค และแมลง ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จึงผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อสะสมสำรองไว้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทานแก่ราษฎร ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ และราษฎรทั่วไป  มณฑลทหารบกที่ 27 ได้ประสานศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริเพื่อขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก ให้กับราษฎรเพื่อปลูกผักไว้สำหรับบริโภคและจำหน่าย เพื่อลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ภายในครัวเรือน
         ในการนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ผัก ให้แก่ราษฎร หมู่ 2   ตำบลหนองผือ อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 10 ครัวเรือน เพื่อนำไปปลูกรับประทาน และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในรุ่นต่อไปได้
//////////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ






ครีม ศศิกานต์ กับบทบาทนักร้องเพลงลูกทุ่ง ในผลงานเพลง"วอนพระพรหม"

ลูกทุ่งน้องใหม่ไฟแรง ครีม ศศิกานติ์ หรือ น.ส.ศศิกานติ์ ตันสุวรรณ น้องครีม กับบทบาทนักร้องลูกทุ่งสาว ในผลงานเพลง "วอนพระพรหม" ...